บทที่ 13 เลขานั่งผิดที่
ตอนที่ 13. เลขาที่นั่งผิดที่
ช่วงเย็นของวันเดียวกัน หลังจากทำงานในบริษัท
วรากร กรุ๊ปจนเกือบหมดวัน แพรวพรรณก็ได้รับข้อความจากคุณย่าวราภรณ์ให้เตรียมตัวไปงานเลี้ยงต้อนรับลูกค้ารายสำคัญแทนท่าน เนื่องจากช่วงนี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยแข็งแรง จึงไม่สะดวกออกไปร่วมงานด้วยตัวเองและแน่นอนว่า คนที่ต้องไปงานนี้กับเธอก็คือองศา....
แพรวพรรณยืนอยู่หน้ากระจกภายในห้องนอนของตัวเอง หญิงสาวเลือกสวมชุดราตรีสั้นสีดำเรียบหรู เข้ารูปพอดีตัว เผยให้เห็นช่วงไหล่สวยและเรียวขาที่ดูสง่างาม ผมยาวถูกรวบขึ้นอย่างประณีต แต่งหน้าโทนอ่อนหวานช่วยขับให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้นมาอีกหลายเท่า
เธอมองตัวเองในกระจก ก่อนจะหมุนตัวสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง วันนี้เธอไปในฐานะเลขานุการของประธานบริษัท ไม่ใช่เด็กสาวที่ต้องคอยเดินตามใครเหมือนในอดีต
และที่สำคัญ เธอไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวให้ใครพอใจอีกแล้ว
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย แพรวพรรณก็หยิบกระเป๋าถือใบเล็กแล้วเดินลงไปชั้นล่าง ก่อนจะออกไปรอที่รถตามเวลานัดหมาย ไม่นานองศาเดินตามมาในชุดสูทสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เนกไทสีเข้มถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มดูภูมิฐานและเย็นชาเช่นเคย ใบหน้าหล่อเหลาปราศจากรอยยิ้มแม้แต่น้อย
แต่ทันทีที่สายตาคมกริบมองเห็นหญิงสาวที่ยืนรออยู่ข้างรถ ฝีเท้าของเขาก็ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีดวงตาคมไล่มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นี่เธอจะแต่งตัวไปงานเลี้ยง หรือจะไปอ่อยผู้ชายกันแน่?”
คำพูดดูถูกถูกโยนใส่กันตั้งแต่ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ
แพรวพรรณก้มมองชุดตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ตรงไหนที่คิดว่าอ่อยคะ?”
“ต้องให้ฉันบอกด้วยหรือไง?”
“อ๋อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายเพิ่งเข้าใจ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “แต่ก็ดีนะคะ ถ้ามีคนมาสนใจ จะได้ยื่นเรฟไว้ให้ล่วงหน้า”
คิ้วเข้มขยับเข้าหากัน “เรฟอะไรของเธอ?”
“ก็เรฟแนะนำตัวไง ให้ไว้สำหรับคนเปย์ไงคะ” เธอตอบหน้าตาเฉย “บางทีงานนี้แพรวอาจจะเจอคนรวย ๆ ที่พร้อมเปย์ฉันอยู่ก็เป็นได้ค่ะ”
พูดจบ หญิงสาวก็ยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ ก่อนหมุนตัวเดินไปเปิดประตูรถทันที องศายืนนิ่ง มองตามแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาเย็นเยียบยัยผู้หญิงคนนี้...
เมื่อก่อนแค่เขาพูดเสียงแข็งใส่นิดหน่อยก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา บางครั้งยังมีน้ำตาคลอให้เห็น แต่ตอนนี้กลับกล้าต่อปากต่อคำ แถมยังพูดเรื่องหาผู้ชายรวย ๆ มาเปย์ตัวเองได้หน้าตาเฉย คิดจะประชดเขาอย่างนั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ!
ทว่าเมื่อเดินตามมาถึงรถ องศากลับพบว่าที่นั่งด้านหลังซึ่งปกติแพรวพรรณต้องนั่งนั้นว่างเปล่า
ส่วนเจ้าตัว...กลับไปนั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าข้างคนขับเรียบร้อยแล้ว
ธันวาซึ่งกำลังจะเปิดประตูรถให้เจ้านายถึงกับชะงัก มือที่จับประตูค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวอย่างไม่แน่ใจว่าตัวเองเห็นผิดหรือเปล่า
“เอ่อ...คุณแพรวครับ”
“คะ?”
“คุณแพรวไปนั่งด้านหลังดีไหมครับ?”
แพรวพรรณหันมายิ้มให้ผู้ช่วยหนุ่มอย่างเป็นมิตร
“ไม่เป็นไรค่ะ แพรวเป็นแค่คนนอก ไม่ได้เป็นเจ้านาย นั่งหน้าก็ดีที่สุดแล้วค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ธันวาถึงกับอ้าปากค้าง คนนอก?
ตั้งแต่คุณหญิงวราภรณ์รับเธอมาอยู่ด้วย ทุกคนในบ้านต่างก็รู้ว่าแพรวพรรณมีความสำคัญกับคุณย่ามากแค่ไหน แม้กระทั่งเจ้านายของเขาที่ทำเหมือนไม่สนใจเธอเลยสักนิด ก็ยังต้องยอมทำตามเงื่อนไขในพินัยกรรมที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาว
แล้ววันนี้คุณแพรวกลับพูดว่าตัวเองเป็นคนนอกอย่างหน้าตาเฉยเสียอย่างนั้น
ธันวาเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง ดูเหมือนงานเลี้ยงคืนนี้อาจจะไม่ได้วุ่นวายแค่เรื่องลูกค้าเสียแล้ว
“ใครอนุญาตให้เธอขึ้นไปนั่งตรงนั้น?”
เสียงเข้มดังขึ้นจากด้านหลัง แพรวพรรณหันไปมององศาที่กำลังเดินเข้ามา สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย
“ไม่มีใครอนุญาตค่ะ แพรวเห็นว่าที่นั่งตรงนี้ว่าง เลยเลือกนั่ง”
“ฉันบอกให้เธอนั่งด้านหลัง”
“แต่คุณธันวาเป็นคนขับรถนะคะ ส่วนแพรวเป็นแค่เลขานุการ ถ้าจะให้ถูกต้องตามลำดับ แพรวก็ควรนั่งด้านหน้าไม่ใช่เหรอคะ?”
“แพรวพรรณ!”
“คะ ท่านประธาน?”
คำเรียกตำแหน่งที่แสนเป็นทางการทำให้องศากัดกรามแน่น
เธอกำลังจงใจยั่วโมโหเขา! ชายหนุ่มหันไปทางธันวา ก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“งั้นนายลงไปนั่งด้านหลัง ฉันขับเอง”
“ครับ?” ธันวาถึงกับหน้าเหวอ
แพรวพรรณเองก็หันขวับมองคนพูดอย่างไม่อยากเชื่อหู
“คุณจะขับเองเหรอคะ?”
“มีปัญหาอะไร?”
“เปล่าค่ะ แค่ไม่คิดว่าท่านประธานจะขับรถเอง ทั้งที่มีคนขับรถอยู่แล้ว”
“ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายการตัดสินใจของตัวเองให้เลขานุการฟัง”
“ค่ะ ตามสบายเลยค่ะ”
แพรวพรรณตอบรับอย่างง่ายดาย จากนั้นก็หันกลับไปมองตรงหน้าราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเองแม้แต่น้อย
องศามองเธอด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนจะหันไปทางธันวาอีกครั้ง
“ยังยืนทำอะไรอยู่ ลงไปสิ!”
“ครับ ๆ!”
ธันวารีบรับคำ แต่ก่อนจะขยับไปเปิดประตูด้านหลัง เขาก็เหลือบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวเองอย่างขอความช่วยเหลือ
คุณแพรวครับ ช่วยผมด้วยเถอะครับ!
เขาเป็นผู้ช่วยของท่านประธานมาหลายปี ไม่เคยเห็นเจ้านายอารมณ์เสียเพียงเพราะเรื่องที่นั่งในรถแบบนี้มาก่อนเลย
ถ้าต้องนั่งอยู่ด้านหลังแล้วปล่อยให้เจ้านายขับรถเองจริงๆ เขาคงต้องระวังตัวตลอดทาง เพราะไม่รู้ว่าคนที่กำลังหงุดหงิดจะเหยียบคันเร่งหนักแค่ไหน
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันกลับมาหาแพรวพรรณอีกครั้ง
“คุณแพรวครับ...นั่งด้านหลังเถอะครับ”
แพรวพรรณเลิกคิ้ว “ทำไมคะ?”
“อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับ” น้ำเสียงของธันวาเต็มไปด้วยความวิงวอน จนแพรวพรรณอดมองเขาด้วยความเห็นใจไม่ได้
เธอไม่ได้อยากทำให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะธันวาที่ไม่เคยพูดจาร้าย ๆ ใส่เธอเหมือนเจ้านายของเขาหญิงสาวจึงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนปลดเข็มขัดนิรภัย
“ก็ได้ค่ะ แพรวไม่อยากทำให้คุณธันวาลำบากใจ”
เธอเปิดประตูลงจากรถ เดินอ้อมไปยังประตูด้านหลังโดยไม่หันไปมององศาแม้แต่น้อย
เมื่อเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความอย่างเงียบ ๆ
ธันวารีบขึ้นไปนั่งที่คนขับเหมือนเดิม เช่นเดียวกันกับเจ้านายของเขาที่เดินไปนั่งข้างแพรวพรรณด้านหลังที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสีหน้าที่ดูเหมือนจะพอใจขึ้นเล็กน้อยแต่ความพอใจนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน เพราะตลอดทาง
แพรวพรรณไม่ได้พูดกับเขาแม้แต่คำเดียว
ไม่ถามว่าจะถึงงานเมื่อไร ไม่ถามเรื่องกำหนดการ และไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาเลยสักนิด
หญิงสาวเอาแต่ตรวจสอบตารางงาน อ่านข้อมูลลูกค้า และตอบข้อความที่จำเป็นสำหรับการทำงานเท่านั้นทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่อย่างไม่มีที่ติ แต่ความเงียบของเธอกลับทำให้องศาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
เขาเหลือบมอง แพรวพรรณยังคงก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์
“ถึงงานแล้วอย่าทำอะไรขายหน้า ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นคนของบ้านวรากร”
เสียงของเขาทำลายความเงียบขึ้นมาในที่สุด หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“รับทราบค่ะท่านประธาน แพรวจะทำหน้าที่เลขานุการให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงแน่นอนค่ะ”
ไม่มีคำประชด ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีแม้แต่สีหน้าไม่พอใจ
มีเพียงคำตอบสั้น ๆ ที่เป็นทางการเสียจนเหมือนเธอกำลังพูดกับคนแปลกหน้าองศากำหมัดแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาเป็นคนบอกเธอเองว่าอย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงาน และอย่าเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตของเขา ตอนนี้เธอก็ทำตามทุกอย่างแล้ว แล้วทำไมเขาถึงรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิม?
“ดี” ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ก่อนหันกลับไปมองถนน
แพรวพรรณก้มหน้าทำงานต่อ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เธอไม่ได้อยากทำตัวห่างเหิน แต่ในเมื่อเขาไม่ต้องการให้เธอเข้าใกล้ เธอก็จะไม่ฝืนอีกต่อไปจากนี้เธอจะเป็นเพียงเลขานุการคนหนึ่งของเขาเท่านั้น
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ... เธอจะไม่เรียกร้องอะไรจากผู้ชายคนนี้อีกแล้ว แม้กระทั่งความเมตตาเพียงเล็กน้อยก็ตาม
รถยนต์คันหรูแล่นเข้าสู่บริเวณโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกค้า แสงไฟจากอาคารส่องสว่างท่ามกลางค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติและนักธุรกิจชื่อดัง
เมื่อรถจอดสนิท แพรวพรรณก็เก็บโทรศัพท์ หยิบกระเป๋าถือ แล้วเปิดประตูลงจากรถด้วยตัวเอง
องศามองตามเธอ หญิงสาวยืนตัวตรง จัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองป้ายงานเลี้ยงด้วยสีหน้ามั่นใจราวกับผู้หญิงที่เพิ่งพูดเรื่องหาผู้ชายรวย ๆ มาเปย์ตัวเองเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ไม่ใช่คนเดียวกับหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา
และเมื่อแพรวพรรณหันกลับมา เธอก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
“ท่านประธานคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราเข้าไปในงานกันได้เลยค่ะ”
องศามองเธอนิ่ง ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากรถ
“อย่าทำให้ฉันต้องคอยตามแก้ปัญหาให้เธอก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ แพรวดูแลตัวเองได้”
เธอยิ้มบาง ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในโรงแรมทันที
ทิ้งให้องศายืนมองแผ่นหลังของเธอด้วยสีหน้าเย็นชา
เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด ทั้งที่เมื่อก่อนเขาอยากให้เธออยู่ห่าง ๆ มากแค่ไหน ตอนนี้เธอก็ทำตามที่เขาต้องการทุกอย่างแล้วแท้ ๆ
แต่ทำไมการที่แพรวพรรณไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขา...
ถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกใครบางคนท้าทายอยู่ตลอดเวลากันนะ?
